เปิดเผยรูปแบบการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของที่ปรึกษากฎหมาย: ก้าวสู่ความสำเร็จที่คาดไม่ถึง

webmaster

법률 자문가의 경력 변화 패턴 - **Prompt:** A young, confident Thai female lawyer, dressed in a stylish yet professional blazer and ...

สวัสดีค่ะทุกคน! ในโลกยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้ อาชีพนักกฎหมายที่เราเคยเห็นมาตลอดก็กำลังเผชิญกับการปรับตัวครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายที่ซับซ้อนขึ้นนะคะ แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI หรือระบบอัตโนมัติก็เข้ามามีบทบาทในแวดวงกฎหมายอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ ทำให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานด้านกฎหมายหลายคนเริ่มตั้งคำถามกับเส้นทางอาชีพของตัวเองว่าจะก้าวไปทางไหนดี จะอยู่ต่อในสำนักงานเดิมๆ หรือจะลองก้าวออกมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ นอกกรอบดีไหม นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยค่ะ เพราะฉันเองก็มีเพื่อนสนิทที่เป็นทนายความที่กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ เขาเล่าให้ฟังว่าการแข่งขันก็สูงขึ้น ลูกค้าก็คาดหวังมากกว่าเดิม แถมยังมีเรื่องความเครียดสะสมอีก โอ๊ย…ฟังแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ เลยค่ะฉันเชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังรู้สึกแบบเดียวกัน หรือกำลังมองหาทางเลือกใหม่ๆ ให้กับชีวิตการทำงานของตัวเองอยู่ใช่ไหมคะ?

ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสายงานไปเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับสตาร์ทอัพที่กำลังมาแรง การผันตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายไซเบอร์ หรือแม้แต่การเปิดสำนักงานทนายความของตัวเองแบบอิสระ ที่ให้เราได้บริหารจัดการชีวิตและงานได้อย่างที่ใจต้องการ แหม…ฟังแล้วก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะโลกของเราเปิดกว้างให้เราได้ลองสิ่งใหม่ๆ เสมอ ยิ่งตอนนี้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โอกาสในการสร้างรายได้จากหลายช่องทางก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะว่าตัวเองจะตามไม่ทัน เพราะในบทความนี้ ฉันจะมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกถึงรูปแบบการเปลี่ยนแปลงเส้นทางอาชีพของนักกฎหมายในยุคปัจจุบันและอนาคต พร้อมทั้งไขข้อข้องใจต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ว่าแต่จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น มาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

พลิกบทบาทสู่ที่ปรึกษากฎหมายยุคใหม่: มากกว่าแค่คดีความ

법률 자문가의 경력 변화 패턴 - **Prompt:** A young, confident Thai female lawyer, dressed in a stylish yet professional blazer and ...
นักกฎหมายในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในศาลหรือสำนักงานกฎหมายแบบดั้งเดิมอีกต่อไปแล้วนะคะเพื่อนๆ การเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลทำให้เกิดสายงานใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นมากมาย ฉันเองก็เห็นเพื่อนหลายคนที่ผันตัวไปเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเทคโนโลยีหรือสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายแต่ก็ให้ผลตอบแทนดีมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะพวกเขาต้องคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายที่ซับซ้อน เช่น กฎหมาย PDPA หรือกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ที่เทคโนโลยีใหม่ๆ มักจะก้าวข้ามขอบเขตของกฎหมายแบบเดิมๆ อยู่เสมอ ยิ่งเรามีความรู้เฉพาะทางด้านนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมากเท่านั้น แถมยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ไม่มีเบื่อเลยค่ะ ฉันสัมผัสได้เลยว่างานประเภทนี้ต้องการคนที่มีความเข้าใจทั้งเรื่องกฎหมายและธุรกิจควบคู่กันไป ถ้าเราปรับตัวและพัฒนาตัวเองได้ทัน ก็มีโอกาสเติบโตในสายงานนี้ได้อีกยาวไกลเลยนะคะ

ก้าวสู่โลกสตาร์ทอัพและเทคโนโลยี

การเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับสตาร์ทอัพหรือบริษัทเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ ส่วนตัวฉันเองก็เคยคิดอยากจะลองเหมือนกันนะ เพราะงานแบบนี้เราจะได้เจอเคสที่ไม่เหมือนใคร ได้เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ ก่อนใครเพื่อนเลยล่ะค่ะ อย่างเช่น การให้คำปรึกษาเรื่องข้อตกลงการใช้บริการ (Terms of Service) ของแอปพลิเคชันต่างๆ หรือเรื่องลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ ซึ่งต้องใช้ความเข้าใจทั้งทางเทคนิคและทางกฎหมายควบคู่กันไป แถมสภาพแวดล้อมการทำงานก็ยังมีความยืดหยุ่นสูง ไม่เคร่งครัดเท่าสำนักงานกฎหมายใหญ่ๆ ทำให้เรามีอิสระในการทำงานมากขึ้นด้วยค่ะ เพื่อนฉันที่ผันตัวมาทางนี้เล่าว่ารู้สึกสนุกและตื่นเต้นกับงานทุกวัน เพราะได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมจริงๆ ค่ะ

นักกฎหมายผู้ประกอบการ: สร้างธุรกิจของตัวเอง

อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงมากๆ คือการที่นักกฎหมายผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสำนักงานกฎหมายเฉพาะทางด้าน Legal Tech หรือการให้บริการที่ปรึกษากฎหมายแบบออนไลน์ ซึ่งช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้นและลดต้นทุนในการดำเนินงานด้วย ฉันว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่อยากมีอิสระในการทำงานและบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้เต็มที่เลยนะคะ เราสามารถสร้างแบรนด์ส่วนตัว สร้างความน่าเชื่อถือผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วก็ให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด อย่างเพื่อนฉันคนหนึ่งก็ทำเพจให้ความรู้ด้านกฎหมายที่เข้าถึงง่ายๆ สั้นๆ กระชับๆ จนมีคนติดตามเยอะมาก กลายเป็นแหล่งรวมลูกค้าชั้นดีเลยค่ะ มันคือการนำความรู้ที่เรามีมาสร้างคุณค่าและสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อย่างแท้จริงเลยนะคะ

เทคโนโลยี AI และ Legal Tech: เครื่องมือคู่ใจไม่ใช่คู่แข่ง

พอพูดถึง AI หลายคนอาจจะกลัวว่า AI จะเข้ามาแย่งงานเราใช่ไหมคะ? แต่สำหรับฉันแล้ว AI และ Legal Tech เป็นเหมือนผู้ช่วยคนเก่งที่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเราให้ดียิ่งขึ้นต่างหากค่ะ ฉันเองก็ลองใช้ AI ช่วยในการค้นหาข้อมูลกฎหมายและสรุปประเด็นสำคัญๆ มาบ้างแล้ว รู้สึกได้เลยว่ามันช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะมากๆ ทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ซับซ้อนกว่า หรืองานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และวิจารณญาณแบบมนุษย์ได้มากขึ้นค่ะ การที่เราเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้นเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของมนุษย์ได้ด้วย ทำให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

AI ในการวิเคราะห์และบริหารจัดการเอกสาร

งานเอกสารจำนวนมหาศาล การค้นหาฎีกา หรือการตรวจสอบสัญญาที่ซับซ้อน เคยเป็นงานที่กินเวลาและพลังงานของนักกฎหมายไปเยอะมากๆ เลยใช่ไหมคะ? แต่เดี๋ยวนี้ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้แล้วค่ะ อย่างที่ฉันเคยได้ยินมาว่ามีบริษัทกฎหมายบางแห่งในประเทศไทยเริ่มนำ AI มาใช้ช่วยในการวิเคราะห์พยานหลักฐานในคดีที่ซับซ้อน หรือช่วยคำนวณค่าเสียหายที่ยุ่งยาก ซึ่งทำให้การทำงานเร็วขึ้นและแม่นยำขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลย ฉันมองว่านี่คือโอกาสที่เราจะได้นำความรู้และเวลาที่มีไปใช้ในส่วนที่ AI ทำไม่ได้ดีเท่าเรา เช่น การเจรจาต่อรอง การให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ หรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกความค่ะ

Advertisement

นวัตกรรม Legal Tech เพื่อบริการที่เข้าถึงง่ายขึ้น

นอกจาก AI แล้ว ยังมี Legal Tech อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายเลยค่ะ อย่างแพลตฟอร์มบริการกฎหมายออนไลน์ หรือระบบจัดการคดีที่ช่วยให้เราจัดระเบียบและติดตามความคืบหน้าของคดีได้ง่ายขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วนวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงบริการทางกฎหมายได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะ ฉันเคยเจอแอปพลิเคชันที่ช่วยให้คำปรึกษากฎหมายเบื้องต้น หรือช่วยร่างเอกสารทางกฎหมายง่ายๆ ได้เอง ซึ่งทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักทนายความหรือเข้าไม่ถึงบริการกฎหมาย ได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันท่วงทีค่ะ นี่คืออีกหนึ่งบทบาทของนักกฎหมายในยุคดิจิทัล ที่เราสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมความยุติธรรมให้เข้าถึงทุกคนได้ง่ายขึ้นค่ะ

กฎหมายไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคล: เขตแดนใหม่ที่ร้อนแรง

พอพูดถึงโลกออนไลน์ สิ่งที่เราต้องเจอแน่นอนก็คือเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ใช่ไหมคะ? เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่นักกฎหมายยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกมาเยอะแยะเลย ทั้ง พ.ร.บ.

คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้ หรือกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉันเคยคุยกับเพื่อนที่ทำงานด้านนี้ เขาเล่าว่างานเยอะมาก เพราะทุกบริษัทต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ๆ เหล่านี้ ทำให้มีความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายไซเบอร์สูงมากๆ เลยค่ะ

ทำความเข้าใจ PDPA และ Cybercrime

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราทุกคนมากๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราใช้โซเชียลมีเดีย สมัครแอปพลิเคชัน หรือแม้แต่การซื้อของออนไลน์ ข้อมูลส่วนตัวของเราก็ถูกจัดเก็บและประมวลผลอยู่ตลอดเวลา ในฐานะนักกฎหมาย เราต้องทำความเข้าใจกฎหมายฉบับนี้อย่างลึกซึ้ง เพื่อให้คำปรึกษาแก่บริษัทต่างๆ ในการจัดการข้อมูลลูกค้าให้ถูกต้องและปลอดภัย หรือแม้แต่ช่วยลูกความที่ถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล นอกจากนี้ อาชญากรรมไซเบอร์ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่ากลัวมากๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงออนไลน์ การแฮกข้อมูล หรือการละเมิดความเป็นส่วนตัว การที่เรามีความรู้ด้านกฎหมายไซเบอร์ จะช่วยให้เราสามารถปกป้องลูกความและสังคมจากภัยคุกคามเหล่านี้ได้ค่ะ

โอกาสในสายงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

รู้ไหมคะว่าประเทศไทยเราก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่แพ้ต่างประเทศเลยนะคะ มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นสัญญาณที่ดีว่าสายงานนี้จะเติบโตขึ้นอีกมากเลยค่ะ นักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายไซเบอร์จึงเป็นที่ต้องการอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน หรือแม้แต่การเป็นที่ปรึกษาอิสระ ฉันเคยได้ยินมาว่าบางมหาวิทยาลัยก็เริ่มเปิดหลักสูตรที่เน้นกฎหมายเทคโนโลยีและไซเบอร์โดยเฉพาะแล้วด้วย ใครที่สนใจสายนี้ บอกเลยว่าอนาคตสดใสแน่นอนค่ะ

ทักษะจำเป็นสำหรับนักกฎหมายยุคดิจิทัล: Soft Skills ก็สำคัญนะ!

Advertisement

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทักษะที่นักกฎหมายต้องมีก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรู้ทางกฎหมายอย่างเดียวแล้วนะคะเพื่อนๆ แต่ Soft Skills หรือทักษะด้านอารมณ์และสังคมก็สำคัญไม่แพ้กันเลยล่ะค่ะ ฉันสังเกตว่านักกฎหมายที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ มักจะเป็นคนที่สื่อสารเก่ง มีความคิดสร้างสรรค์ และรู้จักปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดีมากๆ เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน มนุษย์ก็ยังคงต้องการการสื่อสารที่เข้าอกเข้าใจ และการตัดสินใจที่ใช้ใจควบคู่ไปกับเหตุผลเสมอค่ะ

การคิดเชิงวิเคราะห์และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่าทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของนักกฎหมายอยู่เสมอ แต่ในยุคนี้เราต้องคิดให้รอบด้านมากขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนเรื่องการสื่อสารก็สำคัญมากๆ เลยค่ะ เราต้องสามารถอธิบายเรื่องกฎหมายที่ซับซ้อนให้ลูกความเข้าใจได้ง่ายๆ ใช้ภาษาที่เข้าถึงง่าย ไม่ใช่แค่ภาษาทางการอย่างเดียว ฉันเชื่อว่าการสื่อสารที่ดีจะช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับลูกความ และทำให้งานของเราราบรื่นขึ้นเยอะเลยค่ะ ยิ่งเดี๋ยวนี้เราต้องสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทักษะการเขียนและการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจก็เป็นสิ่งที่เราต้องฝึกฝนเพิ่มเติมด้วยนะคะ

ความเข้าใจเทคโนโลยีและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

อย่างที่บอกไปแล้วว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในวงการกฎหมายเยอะมากๆ ดังนั้นการที่เรามีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง AI, Blockchain หรือ Cloud Computing ก็จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นและมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ได้เร็วขึ้นค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ตลอดชีวิตค่ะ โลกเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก กฎหมายใหม่ๆ ก็ออกมาเรื่อยๆ เราต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ไม่หยุดอ่าน ไม่หยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เราเป็นนักกฎหมายที่ทันโลกและพร้อมรับมือกับทุกความท้าทาย เหมือนที่รุ่นพี่ทนายความหลายๆ ท่านบอกว่า การเรียนกฎหมายคือการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดจริงๆ ค่ะ

สร้างแบรนด์ส่วนตัวและเครือข่ายมืออาชีพ: กุญแจสู่ความสำเร็จ

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงง่ายแบบนี้ การสร้างแบรนด์ส่วนตัว (Personal Branding) ให้กับตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักกฎหมายที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดลูกค้า ฉันสังเกตว่านักกฎหมายหลายคนที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ มักจะเป็นคนที่รู้จักสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ มีการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คนได้ดีมากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ การสร้างเครือข่ายมืออาชีพก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ได้อย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ

สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

법률 자문가의 경력 변화 패턴 - **Prompt:** A focused Thai male lawyer in his late 30s, wearing a crisp business shirt and smart tro...
การสร้าง Personal Branding ในฐานะนักกฎหมายในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การมีนามบัตรสวยๆ หรือมีสำนักงานใหญ่โตเท่านั้นนะคะ แต่ยังรวมถึงการที่เราปรากฏตัวบนโลกออนไลน์อย่างมีคุณภาพด้วยค่ะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเรามีเพจ Facebook หรือช่อง YouTube ที่ให้ความรู้ด้านกฎหมายที่เข้าใจง่ายๆ มีประโยชน์ต่อคนทั่วไป คนก็จะเริ่มรู้จักเราและจดจำเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ฉันเห็นทนายความหลายท่านที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างคอนเทนต์ดีๆ บนออนไลน์ ทำให้มีคนติดต่อขอคำปรึกษาเข้ามาเยอะแยะเลยค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาความน่าเชื่อถือและจรรยาบรรณวิชาชีพไว้อย่างเคร่งครัดนะคะ

ขยายเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจ

การสร้างเครือข่ายมืออาชีพ ไม่ได้หมายถึงแค่การรู้จักเพื่อนร่วมอาชีพเท่านั้นนะคะ แต่ยังรวมถึงการรู้จักคนในสายงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น นักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี หรือผู้ประกอบการ การที่เรามีคอนเนกชันที่หลากหลาย จะช่วยให้เราได้เรียนรู้มุมมองใหม่ๆ ได้รับโอกาสทางธุรกิจที่ไม่คาดคิด และยังสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันได้ด้วย ฉันเองก็พยายามเข้าร่วมงานสัมมนาหรือเวิร์คช็อปต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือธุรกิจบ่อยๆ เพื่อที่จะได้เจอคนใหม่ๆ และขยายเครือข่ายของตัวเองค่ะ มันเป็นเรื่องของการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เติบโตไปข้างหน้านะคะ

เส้นทางอาชีพใหม่ของนักกฎหมายในยุคดิจิทัล ลักษณะงาน ทักษะที่จำเป็นเพิ่มเติม โอกาสในการเติบโต
ที่ปรึกษากฎหมายด้านเทคโนโลยี (Legal Tech Consultant) ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น PDPA, Cybercrime, สัญญา Tech ความรู้ด้านเทคโนโลยี, การคิดเชิงวิเคราะห์, การสื่อสารที่กระชับ สูงมาก, ตลาดต้องการสูง
นักกฎหมายไซเบอร์ (Cyber Law Specialist) เชี่ยวชาญกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความรู้ด้าน Cybersecurity, การประมวลผลข้อมูล, การเข้าใจภัยคุกคาม สูง, มีความท้าทายใหม่ๆ เสมอ
นักกฎหมายผู้ประกอบการ (Legal Entrepreneur) เปิดสำนักงานกฎหมายเฉพาะทาง, ให้บริการ Legal Tech solution, ที่ปรึกษาออนไลน์ ทักษะการบริหารจัดการ, การตลาด, การสร้างแบรนด์, ความคิดสร้างสรรค์ สูง, อิสระในการทำงาน, รายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถ
ที่ปรึกษากฎหมาย ESG (ESG Legal Advisor) ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม, สังคม, ธรรมาภิบาลองค์กร ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม, CSR, การพัฒนาอย่างยั่งยืน, กฎหมายระหว่างประเทศ เติบโตเร็ว, เป็นที่ต้องการขององค์กรใหญ่
นักกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Lawyer) เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์, สิทธิบัตร, เครื่องหมายการค้าในยุคดิจิทัล ความรู้ด้านนวัตกรรม, เทคโนโลยี, กฎหมายระหว่างประเทศ, การเจรจาต่อรอง สูง, เป็นที่ต้องการในภาคธุรกิจเทคโนโลยี

อนาคตของนักกฎหมายไทย: ปรับตัววันนี้เพื่อวันข้างหน้า

ฟังดูแล้วอาจจะรู้สึกว่าวงการกฎหมายกำลังเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากๆ เลยใช่ไหมคะ? แต่ฉันกลับมองว่านี่คือโอกาสที่ดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ โลกไม่เคยหยุดนิ่ง และอาชีพของเราก็เช่นกัน การที่เราได้เรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง จะช่วยให้เราเป็นนักกฎหมายที่มีคุณค่าและเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอค่ะ ฉันเองก็เชื่อมั่นว่า “อาชีพนักกฎหมาย” จะยังคงเป็นอาชีพที่สำคัญและเป็นที่พึ่งให้กับสังคมต่อไป แม้จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา เพียงแต่บทบาทของเราอาจจะเปลี่ยนไปบ้างเท่านั้นเองค่ะ

พัฒนาตัวเองให้ทันเทรนด์โลก

การพัฒนาตัวเองให้ทันเทรนด์โลก ไม่ได้หมายถึงแค่การเรียนรู้เรื่องกฎหมายอย่างเดียวแล้วนะคะ แต่รวมถึงการที่เราสนใจเรื่องราวรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม เพราะเรื่องราวเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับกฎหมายทั้งสิ้น ยิ่งเรามีความรู้รอบด้านมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเรามากเท่านั้น ลองมองหาคอร์สเรียนออนไลน์ สัมมนา หรือเวิร์คช็อปต่างๆ ที่ช่วยเสริมทักษะที่เรายังขาดไปดูสิคะ หรือจะอ่านหนังสือ อ่านบทความต่างๆ ก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ตัวเองตกยุคค่ะ

สร้างคุณค่าที่ AI แทนที่ไม่ได้

ถึงแม้ AI จะเข้ามาช่วยงานเราได้เยอะมากๆ แต่สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้ดีเท่ามนุษย์ก็คือเรื่องของ “วิจารณญาณ” “จริยธรรม” “ความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์” และ “ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์” ค่ะ นี่คือคุณค่าที่เราในฐานะนักกฎหมายมนุษย์ต้องสร้างให้โดดเด่นและแข็งแกร่งที่สุด เราต้องเป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจลูกความอย่างแท้จริง เป็นผู้ที่มอบความยุติธรรมด้วยหัวใจ และเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้ ถ้าเราทำตรงนี้ได้ดีแล้วล่ะก็ ไม่ต้องกลัวเลยค่ะว่า AI จะเข้ามาแย่งงานเราได้ เพราะไม่มีใครแทนที่ “ความเป็นมนุษย์” ของเราได้หรอกค่ะสวัสดีค่ะทุกคน!

ฉันดีใจมากๆ ที่ได้มาแบ่งปันเรื่องราวและมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวของนักกฎหมายในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ ฉันหวังว่าบทความนี้จะเป็นเหมือนเข็มทิศเล็กๆ ที่ช่วยนำทางให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่ในสายงานกฎหมายได้เห็นภาพรวมและโอกาสใหม่ๆ ที่รออยู่ข้างหน้ากันนะคะ อย่างที่ฉันบอกไปตลอดว่าโลกเราไม่เคยหยุดนิ่งจริงๆ ค่ะ การเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เรายังคงเป็นนักกฎหมายที่มีคุณค่า เป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจ และเป็นที่พึ่งให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืนเสมอ ไม่ต้องกลัวการเปลี่ยนแปลงนะคะ แต่จงโอบรับมันแล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจค่ะ

Advertisement

글을 마치며

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าโลกของนักกฎหมายนั้นน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ ที่เราคาดไม่ถึงเลยใช่ไหมคะ? ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ จากที่เคยคิดว่าอาชีพนี้อาจจะดูนิ่งๆ แต่พอได้ลองศึกษาและคลุกคลีกับมันจริงๆ ก็พบว่ามีอะไรให้เราได้เรียนรู้และเติบโตอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่สำคัญคือการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรือทักษะ Soft Skills ที่บางคนอาจจะมองข้ามไป การปรับตัวในวันนี้ไม่ใช่แค่เพื่อความอยู่รอดเท่านั้น แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ตัวเราเองได้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดในเส้นทางอาชีพได้อย่างภาคภูมิใจค่ะ ฉันเชื่อว่าทุกคนทำได้แน่นอน!

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ฉันอยากจะย้ำเตือนอีกครั้งก็คือ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน ความเป็นมนุษย์ของเราต่างหากที่จะสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับวิชาชีพนี้ได้ การที่เราเข้าใจบริบททางสังคม เข้าใจความรู้สึกของลูกความ และสามารถใช้ดุลยพินิจได้อย่างมีจริยธรรม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ AI ไม่สามารถมาทดแทนเราได้เลยค่ะ ดังนั้น มาจับมือกันพัฒนาตัวเองให้เป็นนักกฎหมายที่ทันสมัยและมีหัวใจไปพร้อมๆ กันนะคะ แล้วเราจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมได้อย่างแน่นอนเลยล่ะ

ฉันสัมผัสได้เลยว่าความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่นักกฎหมายยุคใหม่ควรมีติดตัวไว้ เพราะโลกของกฎหมายไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่อีกต่อไปแล้วค่ะ การที่เราไม่หยุดที่จะอ่าน ไม่หยุดที่จะศึกษาเคสใหม่ๆ หรือแม้แต่การเข้าร่วมสัมมนาและเวิร์คช็อปต่างๆ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้เราอัปเดตความรู้และทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ เพราะฉะนั้น อย่ารอช้านะคะ มาเริ่มสร้างเส้นทางอาชีพในฝันของเราไปพร้อมๆ กันเลย!

ส่วนตัวฉันเองก็ได้เรียนรู้มากมายจากการเขียนบทความนี้ ทำให้เห็นว่ายังมีอีกหลายมิติที่น่าสนใจในวงการกฎหมายที่ต้องติดตามต่อไป ซึ่งนี่แหละค่ะคือเสน่ห์ของวิชาชีพนี้ ที่ทำให้เราไม่เคยเบื่อหน่ายกับการทำงานเลย เพราะทุกวันคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และการนำความรู้ของเราไปช่วยเหลือผู้คนในสังคมได้อย่างแท้จริง การได้เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ประสบความสำเร็จในเส้นทางที่เลือกก็ทำให้ฉันพลอยมีความสุขไปด้วยค่ะ

ท้ายที่สุดนี้ อยากจะบอกว่าเส้นทางอาชีพนักกฎหมายนั้นอาจจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็เป็นเส้นทางที่คุ้มค่ากับการลงทุนทั้งแรงกายและแรงใจมากๆ ค่ะ เพราะเรากำลังสร้างความยุติธรรมให้กับสังคม และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับตัวเราเองและคนรอบข้าง การที่เรามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่บทบาทหน้าที่ แต่เป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ฉันภูมิใจมากๆ ค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอนะคะ

알아두면 쓸모 있는 정보

1.

เรียนรู้และปรับตัวเข้ากับ Legal Tech ให้เร็ว

ไม่ต้องกลัว AI นะคะ แต่จงเรียนรู้ที่จะใช้งานมันให้เป็นประโยชน์ค่ะ เครื่องมืออย่าง AI หรือแพลตฟอร์ม Legal Tech ต่างๆ เข้ามาช่วยลดภาระงานเอกสาร ค้นหาข้อมูล หรือวิเคราะห์คดี ทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ซับซ้อนกว่าและต้องใช้ทักษะเชิงมนุษย์มากขึ้น การทำความเข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้และฝึกฝนการใช้งานจะช่วยให้เราทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากๆ เลยค่ะ ใครที่ยังไม่เคยลองใช้ ลองหาแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจมาทดลองใช้ดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่ามันช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะจริงๆ ค่ะ

2.

พัฒนา Soft Skills ให้โดดเด่นไม่เหมือนใคร

นอกจากความรู้ทางกฎหมายแล้ว ทักษะด้านอารมณ์และสังคม หรือ Soft Skills ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการสื่อสารที่เข้าใจง่าย การเจรจาต่อรอง การคิดเชิงวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกความและเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่ AI ไม่สามารถทำได้ดีเท่ามนุษย์ และเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับนักกฎหมายในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ ฉันเองก็รู้สึกว่าการสื่อสารที่ดีเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้งานราบรื่นขึ้นเยอะเลยค่ะ

3.

สร้าง Personal Brand บนโลกออนไลน์

ในยุคที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย การสร้างตัวตนและแบรนด์ส่วนตัวบนโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ ลองแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ หรือมุมมองเกี่ยวกับกฎหมายในรูปแบบที่น่าสนใจและเข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ ทำวิดีโอ หรือจัดพอดแคสต์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นผู้เชี่ยวชาญให้กับเรา ทำให้ผู้คนรู้จักเรามากขึ้น และยังเป็นช่องทางในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ อย่างเพื่อนฉันที่ทำเพจให้ความรู้ก็มีลูกค้าติดต่อเข้ามาเพียบเลยนะ

4.

ศึกษาและเชี่ยวชาญกฎหมายเฉพาะทาง

โลกของกฎหมายกำลังกว้างขวางขึ้นมาก การมีความรู้ที่ครอบคลุมทุกด้านอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วค่ะ การเลือกที่จะเชี่ยวชาญในกฎหมายเฉพาะทางที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น กฎหมาย PDPA, กฎหมายไซเบอร์, กฎหมาย AI, กฎหมายสิ่งแวดล้อม (ESG) หรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับเราได้มากเลยนะคะ แถมยังเปิดโอกาสให้เราได้ทำงานที่ท้าทายและน่าสนใจมากขึ้นด้วยค่ะ ลองดูว่าเราถนัดหรือสนใจด้านไหนเป็นพิเศษ แล้วเจาะลึกไปในทางนั้นดูสิคะ

5.

ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต

การเรียนรู้ไม่ได้จบลงเมื่อเราสำเร็จการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยนะคะ โลกเราเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ กฎหมายใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นตลอดเวลา การที่เราจะตามโลกให้ทันและเป็นนักกฎหมายที่ทันสมัยอยู่เสมอ คือการไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ เข้าร่วมสัมมนา หรือลงเรียนคอร์สออนไลน์เพิ่มเติม การลงทุนกับการศึกษาตัวเองคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ อย่างที่รุ่นพี่หลายท่านบอกว่า การเป็นนักกฎหมายคือการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดจริงๆ ค่ะ

Advertisement

สำคัญ 사항 정리

โดยสรุปแล้ว การปรับตัวของนักกฎหมายในยุคดิจิทัลนี้ คือการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI และ Legal Tech มาเป็นเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมที่จะพัฒนาทักษะเฉพาะตัวแบบมนุษย์ เช่น การคิดเชิงวิเคราะห์ การสื่อสาร และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกความ ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ การสร้างแบรนด์ส่วนตัวบนโลกออนไลน์และการขยายเครือข่ายมืออาชีพก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงง่ายแบบนี้ นอกจากนี้ การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเชี่ยวชาญในกฎหมายเฉพาะทางที่ทันสมัย เช่น กฎหมายไซเบอร์และ PDPA ก็จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้นให้กับนักกฎหมายไทยในอนาคตค่ะ เพราะฉะนั้น อย่ารอช้า มาเตรียมความพร้อมและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจด้วยกันนะคะ!

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: นักกฎหมายแบบเราๆ ควรพัฒนาทักษะอะไรบ้างคะ เพื่อให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ที่ AI เข้ามามีบทบาทเยอะขึ้น?

ตอบ: โอ้โห! เป็นคำถามที่โดนใจมากๆ เลยค่ะเพื่อนๆ เพราะฉันเองก็แอบคิดอยู่บ่อยๆ ว่าความรู้กฎหมายอย่างเดียวคงไม่พอแล้วใช่ไหมคะ? จากที่ฉันได้ศึกษาและได้คุยกับรุ่นพี่ในวงการมาหลายคน พบว่านอกจากความรู้กฎหมายที่ต้องแม่นยำแล้ว ทักษะที่สำคัญมากๆ ที่นักกฎหมายยุคใหม่ต้องมีคือ “ทักษะด้านเทคโนโลยี” ค่ะ ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นโปรแกรมเมอร์นะคะ แต่เราต้องเข้าใจพื้นฐานการทำงานของ AI, Blockchain, หรือ Data Analytics บ้าง จะได้นำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เอกสารทางกฎหมายจำนวนมหาศาล หรือการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการจัดการเคส นอกจากนี้ “ทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์” ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เพราะ AI อาจจะช่วยเรื่องงานรูทีนได้ แต่การตัดสินใจที่ต้องอาศัยวิจารณญาณและความเข้าใจในบริบทที่ซับซ้อนยังคงเป็นหน้าที่ของคนค่ะ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ทักษะการสื่อสารและเจรจาต่อรอง” ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เพราะเราต้องสื่อสารกับลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายมากขึ้นในยุคดิจิทัล รวมถึงการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์และทันสมัยด้วยค่ะ ฉันว่าถ้าเรามีทักษะเหล่านี้ติดตัวไว้ ไม่ว่าจะโลกจะหมุนไปทางไหน เราก็ยังยืนหยัดได้อย่างแน่นอนเลยค่ะ!

ถาม: การผันตัวไปเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้สตาร์ทอัพ หรือเปิดสำนักงานอิสระ มันดีจริงไหมคะ มีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง?

ตอบ: นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตเลยค่ะ เพราะเพื่อนสนิทของฉันก็กำลังลังเลอยู่เหมือนกัน! จากประสบการณ์ที่ฉันได้เห็นและได้พูดคุยกับคนที่ก้าวออกมาทำงานอิสระ บอกได้เลยว่า “มันมีทั้งความท้าทายและโอกาสที่น่าตื่นเต้น” ค่ะ ข้อดีคือเรามีอิสระในการทำงานสูงมากค่ะ ได้เลือกเคสที่สนใจ ได้บริหารจัดการเวลาได้เอง ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากๆ แถมยังได้เปิดโลก ได้เจอธุรกิจใหม่ๆ อย่างสตาร์ทอัพ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมๆ กับพวกเขา และที่สำคัญคือโอกาสในการสร้างรายได้ที่อาจจะสูงกว่าการเป็นลูกจ้างประจำด้วยนะคะ เพราะเรากำหนดค่าบริการได้เองตามความเชี่ยวชาญของเราเลยค่ะแต่!
มันก็มีข้อเสียเหมือนกันค่ะเพื่อนๆ การเป็นอิสระหมายถึงเราต้องแบกรับความเสี่ยงเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอในช่วงแรกๆ การหาลูกค้า การบริหารจัดการเอกสาร บัญชี หรือแม้แต่การดูแลสุขภาพตัวเอง เพราะบางทีเราก็อาจจะโหมงานหนักจนลืมดูแลตัวเองไปเลยก็ได้ค่ะ (อันนี้ฉันเจอมากับตัวเลยนะ!) รวมถึงการที่ต้องอัปเดตความรู้กฎหมายและเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลาเพื่อคงความเชี่ยวชาญไว้ ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องใช้ความมีวินัยสูงมากๆ เลยค่ะ แต่ถ้าถามฉันนะ…ถ้าเรามีความพร้อม มีเครือข่ายที่ดี และที่สำคัญคือ “ใจรัก” ในการเรียนรู้และปรับตัว ฉันว่าเส้นทางนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าลองมากๆ เลยค่ะ มันทำให้เราได้เป็น “นายตัวเอง” อย่างแท้จริงเลยล่ะ!

ถาม: แล้วถ้าเราอยากสร้างรายได้เสริมจากงานกฎหมายในยุคดิจิทัลนี้ มีช่องทางไหนที่น่าสนใจบ้างคะ?

ตอบ: แหม…คำถามนี้ถูกใจสายสร้างรายได้ของฉันมากค่ะ! บอกเลยว่ายุคนี้โอกาสมีอยู่รอบตัวเราจริงๆ ค่ะเพื่อนๆ ไม่จำเป็นต้องออกจากงานประจำก็สามารถสร้างรายได้เสริมจากความรู้กฎหมายที่เรามีได้สบายๆ เลยนะคะ อย่างแรกเลยคือ “การเขียนบทความหรือบล็อกให้ความรู้ทางกฎหมาย” เหมือนที่ฉันกำลังทำอยู่นี่แหละค่ะ!
เราสามารถแบ่งปันความรู้ในเรื่องที่เราเชี่ยวชาญ อาจจะเน้นไปที่กฎหมายที่คนทั่วไปควรรู้ กฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรือแม้แต่กฎหมายธุรกิจสำหรับ SME ก็ได้ค่ะ พอคนเข้ามาอ่านเยอะๆ เราก็สามารถสร้างรายได้จากค่าโฆษณา (Adsense) หรือการรับงานเขียนรีวิวสินค้าบริการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายได้ค่ะอีกช่องทางที่น่าสนใจคือ “การเป็นที่ปรึกษากฎหมายออนไลน์” ค่ะ ลองเปิดบริการให้คำปรึกษาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ หรือจะสร้างช่องทางของเราเองก็ได้ค่ะ ลูกค้าอาจจะไม่ต้องเดินทางมาหาเรา ทำให้เราและลูกค้าสะดวกมากขึ้น แถมยังเข้าถึงกลุ่มคนได้กว้างขึ้นอีกด้วยนะคะ หรือถ้าใครชอบพูด ชอบสอน “การทำคอร์สเรียนกฎหมายออนไลน์” ก็เป็นอีกไอเดียที่ไม่เลวเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สกฎหมายเบื้องต้นสำหรับนักธุรกิจ หรือคอร์สเตรียมสอบสำหรับนักศึกษา ก็สามารถทำได้หมดเลย และที่สำคัญคือ “การเข้าร่วมโปรเจกต์ LawTech หรือ LegalTech” ค่ะ ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในงานกฎหมาย ถ้าเรามีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายและสนใจเทคโนโลยี ก็สามารถไปเป็นส่วนหนึ่งของทีม หรือเป็นที่ปรึกษาเฉพาะกิจได้เลยค่ะ แต่ละช่องทางล้วนแล้วแต่เปิดโอกาสให้เราได้ใช้ความรู้และสร้างรายได้เพิ่มเติมได้แบบไม่จำกัดเลยค่ะ ขอแค่เรากล้าที่จะลองและเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นะคะ!
#นักกฎหมายยุคใหม่ #อาชีพกฎหมาย #กฎหมายดิจิทัล #LawTech #LegalTech #ทนายความอิสระ #สร้างรายได้เสริม

📚 อ้างอิง